บางทีเนี่ย เราไม่จำเป็นต้องไปนั่งบอกชอบใครให้เกร็งหรอก การจะเริ่มคบกับใครสักคนไม่ต้องไปยื่นใบสมัคร !!!
同時也有18部Youtube影片,追蹤數超過131萬的網紅ืNANAKE555,也在其Youtube影片中提到,บางคนใช้ชีวิตแบบไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่มีคู่ได้ จึงทำให้บางคนยอม"แทงกั๊ก" เก็บคนปัจจุบันไว้จนกว่าจะเจอคนใหม่......
สง่างาม 在 Facebook 的最佳貼文
#เชียงใหม่ วัดที่เราต้องแวะทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่ #วัดเจดีย์หลวง เราชอบมาก โดยเฉพาะบรรยากาศตอนกลางคืน สง่างาม ขลัง สมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อนคงยิ่งใหญ่มากๆเลยน้าา อยากกลับไปไหว้อีกไวๆจัง
.
มีลูกเพจเราอยู่เชียงใหม่ หรือเพิ่งไปไหว้มามั่งมั้ย อวดรูปให้ดูแก้คิดถึงวัดนี้หน่อยสิจ๊ะ
.
#จันทร์ละวัดและศาล ช่วงแนะนำวัดและศาลเจ้าที่เราชอบทุกวันจันทร์
.
📍วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่
ปล.วันนี้ตัดสินใจเลือกวัดยากมาก เลยมาดึกเลย ขอโทษจ้า☺️🙏🏼
.
#Monday1TempleShrine 毎週月曜日に好きなお寺・神社を紹介するコーナーです♪
.
チェンマイへ行ったら必ずお参りしているチェンマイの歴史的な旧市街地にある寺院です。特に好きなのが夜のライトアップされた雰囲気。
.
📍”Wat Chedi Luang” Chiangmai
Ps.今日はなかなか好きなお寺が決まらなかったので深夜の投稿でごめんなさい☺️🙏🏼
.
#รูปเก่าไม่ใช่วันนี้ ถ่ายเมื่อเดือนมิ.ย.2019
#過去の写真 2019年6月の写真
.
.
.
#reikowsthailand #reikowstemple #thailand #amazingthailand #temple #chiangmai #เรโกะสายบุญ #เที่ยวเมืองไทย #เที่ยววัด #วัดไทย #タイ語 #タイ人 #タイ #タイ旅行 #お寺 #お寺巡り #タイのお寺 #こんなタイ知らなかった #インフルエンサー #チェンマイ
สง่างาม 在 ลงทุนแมน Facebook 的精選貼文
Longines ที่สุดแห่งความสง่างาม ที่เหนือกาลเวลา
Longines x ลงทุนแมน
“Elegance is an Attitude” คือสโลแกนของ Longines
แบรนด์นาฬิกาหรู ที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์
คำว่า Elegance หรือ ความสง่างาม
ได้ถูกสะท้อนออกมาเป็นเอกลักษณ์ของทุกเรือนนาฬิกา Longines
และถูกส่งต่อข้ามกาลเวลา มาหลายยุคหลายสมัยมาแล้ว กว่า 189 ปี
เรื่องราวของ Longines น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
“Swiss Made” คงเป็นมาตรฐานของคนรักนาฬิกาหลาย ๆ คน
เพราะถ้าเราไปย้อนดูประวัติศาสตร์ของแบรนด์นาฬิกาหรู
ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคงมีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดในสวิตเซอร์แลนด์ทั้งสิ้น
- Blancpain ก่อตั้งในปี 1735 ในสวิตเซอร์แลนด์
- Vacheron Constantin ก่อตั้งในปี 1755 ในสวิตเซอร์แลนด์
- Breguet ก่อตั้งในปี 1775 ในสวิตเซอร์แลนด์
- Longines ก่อตั้งในปี 1832 ในสวิตเซอร์แลนด์
สำหรับ Longines ถ้านับถึงวันนี้ ก็มีอายุแบรนด์ กว่า 189 ปีแล้ว
โดยผู้ที่เริ่มต้นประวัติศาสตร์ของแบรนด์นี้
คือชายที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนาฬิกา ชื่อว่า Auguste Agassiz
ในปี 1832 คุณ Auguste Agassiz ได้ร่วมกับพาร์ตเนอร์อีก 2 คน ก่อตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนและนาฬิกาพก ขึ้นในเมืองแซงต์ อิมิเยร์ (Saint-Imier) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เมืองแซงต์ อิมิเยร์ ในสมัยนั้น มีภูมิประเทศที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ผู้คนในท้องถิ่นจึงเรียกเมืองแห่งนี้อีกชื่อว่า “Les Longines”
ที่มีความหมายว่า เมืองแห่งทุ่งหญ้ากว้างไกล
และนั่นก็คือที่มาของชื่อแบรนด์ “Longines” ในเวลาต่อมา..
จากนั้นไม่นาน คุณ Auguste Agassiz ก็ได้ดึงตัวหลานชายของเขาชื่อว่า Ernest Francillon มาร่วมธุรกิจ
ซึ่งคุณ Ernest Francillon คนนี้เอง ที่เข้ามาปลุกความยิ่งใหญ่ให้กับโรงงานนาฬิกาแห่งนี้
คุณ Ernest Francillon มีพื้นฐานเป็นนักเศรษฐศาสตร์มาก่อน
เขาจึงมีความรอบรู้ในเรื่องการทำธุรกิจ
อย่างเช่น การผลิตอย่างไรให้คุ้มทุน และการตั้งราคาขายอย่างไรให้เหมาะสม
เขาได้สร้างโรงงานผลิตนาฬิกาแห่งใหม่ที่ใหญ่ขึ้นในแซงต์ อิมิเยร์
และเปลี่ยนกระบวนการผลิตนาฬิกาในโรงงานไปจากเดิม
จากที่ช่างแต่ละคนจะทำนาฬิกาของใครของมัน เปลี่ยนมาเป็นแบ่งกันผลิตเป็นฝ่าย แยกผลิตตามชิ้นส่วน มีช่างผลิตกลไก ช่างผลิตตัวเรือน และช่างประกอบชิ้นส่วน
หรือพูดง่าย ๆ ว่า คุณ Ernest Francillon กำลังเปลี่ยนโรงงานแห่งนี้ ให้ผลิตแบบ “Mass Production”
การเปลี่ยนรูปแบบการผลิตมาเป็นแบบ Mass Production
ไม่เพียงแต่จะทำให้นาฬิกาของ Longines มีต้นทุนการผลิตที่ถูกลงอย่างมากเท่านั้น
แต่ยังทำให้แต่ละขั้นตอนการผลิตมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมาก
ซึ่งทำให้นาฬิกาพกในยุคนั้นของ Longines
ขึ้นชื่อในเรื่องความประณีต สง่างาม และเที่ยงตรงแต่นั้นมา
ความเที่ยงตรงของนาฬิกา Chronograph หรือนาฬิกาจับเวลาของ Longines
เป็นที่ยอมรับไปไกล ข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงสหรัฐอเมริกา
และได้รับเลือกเป็นผู้กำกับเวลาอย่างเป็นทางการ ในหลากหลายกีฬามาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะกีฬาแข่งม้า
นอกจากนั้น Longines ยังถูกเลือกให้เป็นซัปพลายเออร์ของหลายองค์กรสำคัญ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศทั่วโลก
หลังความสำเร็จในระดับโลกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19
ทำให้ Longines เดินหน้าพัฒนาเรือนนาฬิกาที่มีความหลากหลายตามสไตล์การใช้งานตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จนเกิดเป็นนาฬิกาหลากหลายคอลเลกชัน ที่ยังคงเป็นที่นิยมมาจนถึงวันนี้
ไม่ว่าจะเป็น “Conquest” คอลเลกชันสุดคลาสสิกของแบรนด์ ที่ถือเป็นต้นกำเนิดของหลายคอลเลกชันของ Longines
“Flagship” คอลเลกชันสไตล์วินเทจ ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีดำและสายหนังแท้สะท้อนความเรียบหรู ซึ่งคอลเลกชันนี้ เปิดตัวในปี 1957
“HydroConquest” คอลเลกชันสไตล์สปอร์ต ที่โดดเด่นเรื่องความสามารถในการดำน้ำลึก จากความนิยมในกีฬาทางน้ำในช่วงทศวรรษ 1950-1960s
“DolceVita” คอลเลกชันสำหรับคุณผู้หญิง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลหนึ่งในยุค 1920 ที่มาพร้อมเอกลักษณ์หน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากประดับเพชรสุดหรูหรา
“La Grande Classique de Longines” คอลเลกชันที่เป็นตัวแทนของความสง่างามและคลาสสิก ซึ่งโดดเด่นด้วยเฉดสีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
“Longines Avigation BigEye” คอลเลกชันที่คว้ารางวัลนาฬิกายอดเยี่ยมจากเวที Grand Prix 2017 ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ผสมผสานดีไซน์จากยุค 1930s เพื่อคงความเป็นนาฬิกาสำหรับนักบินซึ่งเป็นวงการที่ Longines มีสายสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งมาอย่างยาวนาน
“Longines PrimaLuna” อีกคอลเลกชันนาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิง ที่หรูหราสง่างาม ผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัย ยากที่จะหาใครเปรียบ
“Longines Master Moonphase” คอลเลกชันแบบ “Complicate watch” คือมีฟังก์ชันการใช้งานที่ซับซ้อนครบครัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสง่างามอันเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ Longines
ความเที่ยงตรง ประณีต และสง่างามเหนือกาลเวลา
จึงทำให้วลี “Elegance is an Attitude” หรือก็คือ “ความสง่างาม คือทัศนคติ”
ได้กลายมาเป็น สโลแกนของ Longines ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา จวบจนปัจจุบัน
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นในวันนี้
Longines อยู่ภายใต้ Swatch Group บริษัทนาฬิการะดับโลกสัญชาติสวิส
และอยู่ภายใต้การนำของ CEO มากประสบการณ์ในวงการ Luxury Watch คนปัจจุบัน ที่ชื่อว่า Matthias Breschan
โดยคุณ Matthias Breschan มีมุมมองต่อธุรกิจนาฬิกาหรูว่า
“อุตสาหกรรมนาฬิกาหรู เป็นอุตสาหกรรมที่น่าทึ่ง เพราะเป็นเพียงไม่กี่อุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการเคารพในธรรมเนียมและเอกลักษณ์ในอดีต”
อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Longines ในทุกวันนี้ คือเรื่อง “ความคุ้มค่า”
เพราะมีราคาที่จับต้องได้ไม่ยาก เมื่อเทียบกับคุณภาพในระดับนี้
อย่างในประเทศไทย นาฬิกาของ Longines
มีราคาเริ่มต้นที่หลัก 30,000 บาท ไปจนถึงหลักหลายแสนบาท
ซึ่งด้วยราคาเริ่มต้นที่ไม่กี่หมื่นบาท ทำให้สาวกนาฬิกาชาวไทยหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
นาฬิกา Longines นั้น “คุณภาพหลักแสน ในราคาหลักหมื่น”
และหากเราลองมาดูตัวอย่างรุ่นนาฬิกาที่น่าสนใจ
อย่างเช่น “Longines Master Moonphase” ที่กลายเป็นกระแสฮือฮา
หลังจากที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของนักแสดงนำ Lee Min Ho ในซีรีส์ The King: Eternal Monarch ที่เคยขึ้นอันดับ 1 บน Netflix ในปี 2020 ที่ผ่านมา
Longines Master Moonphase เรือนนี้
ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีล กระจกหน้าปัดแซปไฟร์กันรอยขีดข่วน ฝาด้านหลังตัวเรือนแบบโปร่งใสพร้อมกระจกหน้าปัดแซปไฟร์ และมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ทั้งการจับเวลา บอกวันและเดือน ฟังก์ชัน Moonphase ที่บอกช่วงเวลา “ข้างขึ้นข้างแรม” ที่ให้ความรู้คลาสสิกเมื่อสวมใส่ และสำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง
Longines Master Moonphase ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบระดับนี้
ทำให้หลายคนคิดว่า ต้องมีราคาหลักหลายแสนบาท
แต่ความจริงแล้ว นาฬิการุ่นนี้ มีราคาขายในไทยที่หลัก 1 แสนบาทต้น ๆ เท่านั้น
ซึ่งถือว่า หาความคุ้มค่าในระดับนี้ ได้ยากมาก ๆ
ทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวความเป็นมาและความน่าสนใจ
ของ Longines แบรนด์นาฬิกา 189 ปี สัญชาติสวิส
ที่มีความโดดเด่นทั้งความงดงามในการออกแบบ ราคาที่จับต้องได้
และยังคงส่งความเที่ยงตรง ความสง่างาม ข้ามกาลเวลา มาจนถึงปัจจุบัน..
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่
Longines Line: @Longines_th
Longines FB: https://web.facebook.com/LonginesTH
Longines website: www.longines.co.th
Lazada Longines: https://www.lazada.co.th/shop/longines-official-store/
Shopee Longines: https://shopee.co.th/longinesofficialstore
#LonginesThailand #EleganceIsAnAttitude
References
-https://www.longines.com/company/history/21th/2014
-https://www.swatchgroup.com/en/companies-brands/watches-jewelry/longines
-https://watchranker.com/oldest-watch-brands/
-https://www.longines.com/th/watch-longines-master-collection-l2-673-4-78-3
-เอกสารประชาสัมพันธ์ Longines ประเทศไทย
สง่างาม 在 ืNANAKE555 Youtube 的最佳貼文
บางคนใช้ชีวิตแบบไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่มีคู่ได้
จึงทำให้บางคนยอม"แทงกั๊ก" เก็บคนปัจจุบันไว้จนกว่าจะเจอคนใหม่...

สง่างาม 在 CarDebuts Youtube 的最佳解答
รีวิว All-New Mazda CX8 2019 - 2020 Thailand มาสด้า ซีเอ็กซ์8 รถ Crossover SUV 3 แถว 6-7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น 1.599 ล้านบาท
มาสด้าเปิดตัว All-New Mazda CX-8 พรีเมียม 3-Row Crossover SUV สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐาน หรูหราสง่างาม และสมบูรณ์แบบ
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น จัดงานเปิดตัวแนะนำ All-New Mazda CX-8 ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์เอสยูวีระดับพรีเมียม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ถือเป็น Crossover SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐาน สง่างาม และความสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว มาพร้อมแนวคิด “The Precious Moment for All” ทุกช่วงเวลา...มีค่าไม่สิ้นสุด เป็นยนตรกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้ออกไปใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขอบเขต และไม่มี ที่สิ้นสุด
All-New Mazda CX-8 คือรถอเนกประสงค์เพื่อยกระดับความหรูหรา ของ Crossover SUV ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่งดงาม กับคอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่ลดทอนบางสิ่ง ที่ไม่จำเป็นออกไป นี่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ ด้วยการเป็นรถอเนกประสงค์ขนาด 6 และ 7 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง ให้การตอบสนองดีเยี่ยม ด้วยขุมพลังของ 2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร และสกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร พร้อมส่งมอบความคุ้มค่า ด้วยการรับประกันคุณภาพ และฟรีค่าแรง นาน 5 ปี วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น เพียง 1.599 ล้านบาท
วันนี้ มาสด้ากำลังจะสร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ ขึ้นมาในประเทศไทย และสร้างมาตรฐานใหม่ ให้เกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์อีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้าชาวไทย ได้เป็นเจ้าของรถอเนกประสงค์เอสยูวี ระดับพรีเมียม แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง เพื่อนำพาทุกคนในครอบครัว เดินทางไปพร้อมๆกัน โดยปราศจากข้อจำกัด ในเรื่องของยานพาหนะ เพราะวัฒนธรรมของคนไทย มักอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ดังนั้น มาสด้า CX-8 จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในการเดินทาง บริษัทมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน คือลูกค้ากลุ่มนักบริหารระดับสูง นักธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จรอบด้าน มีความเป็นผู้นำ และมีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง
ตลาดรถยนต์ นับตั้งแต่ปี 2558 จนถึงครึ่งปีงบประมาณ 2562 จากผลสำรวจความต้องการ ของผู้ที่สนใจเลือกซื้อรถอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ มาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถกระบะ หรือ PPV และเมื่อรวมกับ C-SUV แบบ 7 ที่นั่ง นับว่ามีสัดส่วนการขายสูง เป็นอันดับที่ 3 หรือคิดเป็น 8.2% ของปริมาณการขายรถยนต์ทั้งหมด เนื่องจากเป็นรถที่มีขนาดพื้นที่ภายใน เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ ทั้งการโดยสาร และการขนสัมภาระ ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมที่หลากหลาย ถึงแม้ว่ารถ PPV จะมีสัดส่วนการขาย สูงถึง 88.8% ของปริมาณการขายรถอเนกประสงค์ ขนาด 7 ที่นั่งทั้งหมด
แต่จากผลสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า ที่สนใจซื้อรถอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง พบว่า รถ PPV ไม่คล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมือง ผนวกกับช่วงล่างสไตล์รถกระบะ และความสูงของรถ ที่ส่งผลต่อความสะดวกในการขึ้น-ลง ของผู้สูงอายุและเด็ก การเปิดตัวมาสด้า CX-8 ในวันนี้ จะเข้ามาเติมช่องว่างดังกล่าว โดยเฉพาะราคาขาย ที่เริ่มต้นเพียง 1,599,000 บาท ประกอบกับการรับประกันคุณภาพ 5 ปี 150,000 กิโลเมตร และค่าบำรุงรักษา 5 ปี จะทำให้ลูกค้า ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
All-New Mazda CX-8 มาพร้อม 2 ขุมพลังทางเลือก ประกอบด้วย เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ให้การตอบสนองที่รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ในทุกรอบความเร็ว ให้แรงม้าสูงสุด ถึง 190 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด ถึง 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที โดยในรุ่น XDL EXCLUSIVE จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน และประหยัดน้ำมันสูงถึง 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร
อีกหนึ่งทางเลือก คือเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาใหม่ พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ที่ได้รับการพัฒนา ให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมันสูงถึง 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งในทุกรุ่น ยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ G-Vectoring Control หรือ GVC ที่ช่วยให้การควบคุมการขับขี่ ทำได้อย่างแม่นยำและสมดุล ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ผู้โดยสารสะดวกสบายมากขึ้น
เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SKYACTIV-Drive ของมาสด้า ผสมผสานการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม พร้อมความรู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์ แบบเดียวกับเกียร์ธรรมดา รวมทั้งการเร่งความเร็ว ที่ราบรื่นและทรงพลัง ตั้งแต่เริ่มต้นจากจุดหยุดนิ่ง หรือขณะที่วิ่งอยู่ เกียร์ที่จับคู่กับเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร (SKYACTIV-D 2.2) และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 ลิตร (SKYACTIV-G 2.5) ในมาสด้า CX-8 ใช้แดมเปอร์ล็อคอัพ แบบแข็งแรงต่ำ (low-rigidity lockup damper) ให้การขับขี่ที่เงียบกว่า พร้อมกับช่วงการล็อคที่กว้างขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ในช่วงการใช้งานจริง

สง่างาม 在 CHANAWAN Youtube 的最佳貼文
มาดูความน่ารัก!!รถขุดตีนตะขาบ KOBELCO SK200 CAT320D2 ไต่กลับแคมป์ สง่างาม
